วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ

รายงานการถอดบทเรียนและผลลัพธ์
กิจกรรมงานเทศน์มหาชาติต่อเนื่อง ๖ ปี

“เทศน์มหาชาติแบบมีชีวิต” จากกิจกรรมประเพณีสู่กระบวนการเรียนรู้ของวัด สถานศึกษา และชุมชน

๖ ปีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
๒ ชุมชนบ้านโนนเหลี่ยมและบ้านห้วยต้อน
๔ ขั้นตอนเรียนรู้–ลงมือทำ–ถอดบทเรียน–ต่อยอด
๕ คะแนนเป้าหมายตามเกณฑ์การประเมิน
บทสรุปผู้บริหาร

ผลลัพธ์สำคัญของการดำเนินงาน

วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิได้ดำเนินกิจกรรมงานเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดกร่วมกับวัด ชุมชน สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ๖ ปี และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ได้กำหนดชุมชนบ้านโนนเหลี่ยมและชุมชนบ้านห้วยต้อนเป็นชุมชนเป้าหมายในแผนทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมอย่างชัดเจน

การดำเนินงานมิได้มุ่งเพียงให้กิจกรรมสำเร็จตามกำหนด แต่พัฒนาเป็นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ตั้งแต่การศึกษาบริบท การวางแผน การลงมือปฏิบัติ การติดตามผล การถอดบทเรียน และการนำผลไปพัฒนากิจกรรมในปีถัดไป จนสามารถสังเคราะห์เป็นรูปแบบ “เทศน์มหาชาติแบบมีชีวิต”

ผลต่อการเรียนรู้

เด็ก เยาวชน นิสิต และประชาชนได้เรียนรู้หลักธรรม เวสสันดรชาดก พิธีกรรม และคุณค่าของประเพณีจากแหล่งเรียนรู้จริง

ผลต่อชุมชน

วัด ชุมชน โรงเรียน และท้องถิ่นมีบทบาทร่วมกันชัดเจนขึ้น ตั้งแต่การวางแผนจนถึงการประเมินและพัฒนา

ผลต่อการต่อยอด

เกิดชุดองค์ความรู้ แนวปฏิบัติที่ดี และแนวทางยกระดับกิจกรรมเทศน์มหาชาติสู่กิจกรรมระดับจังหวัดชัยภูมิ

ข้อสรุป: ผลการดำเนินงานครอบคลุมมากกว่าหนึ่งมิติ มีกลไกติดตามและนำผลประเมินไปปรับปรุงอย่างเป็นระบบ จึงสอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินระดับ ๕ คะแนน
ส่วนที่ ๑

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์

กิจกรรมงานเทศน์มหาชาติเป็นกิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของวิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ มีเป้าหมายเพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดศิลปวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยเชื่อมโยงการทำงานของวัด ชุมชน สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณาจารย์ บุคลากร และนิสิต

วัตถุประสงค์ของรายงาน

  1. สรุปพัฒนาการของกิจกรรมงานเทศน์มหาชาติตลอดระยะเวลา ๖ ปี
  2. วิเคราะห์ผลลัพธ์เชิงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชุมชนเป้าหมาย
  3. ถอดบทเรียน ปัจจัยความสำเร็จ ปัญหา และแนวทางปรับปรุง
  4. สังเคราะห์เป็นรูปแบบ “เทศน์มหาชาติแบบมีชีวิต” และแนวปฏิบัติที่ดี
  5. ใช้เป็นหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ประกอบตัวบ่งชี้ที่ ๔.๒
ส่วนที่ ๒

พัฒนาการของกิจกรรมตลอด ๖ ปี

ปีที่ ๑ — วางฐานความร่วมมือ

เริ่มประสานวัด ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้กิจกรรมเทศน์มหาชาติเป็นพื้นที่ร่วมอนุรักษ์ประเพณีทางพระพุทธศาสนา

ปีที่ ๒ — เพิ่มบทบาทคณาจารย์ บุคลากร และนิสิต

ขยายการมีส่วนร่วมจากการเข้าร่วมกิจกรรมไปสู่การช่วยวางแผน สนับสนุน และเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง

ปีที่ ๓ — เชื่อมโยงสถานศึกษาและเยาวชน

โรงเรียนและเยาวชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ระหว่างวัยจากพระสงฆ์ ผู้สูงอายุ และผู้รู้ในชุมชน

ปีที่ ๔ — พัฒนาการสื่อสารและการเผยแพร่

เพิ่มการประชาสัมพันธ์ ภาพกิจกรรม และการถ่ายทอดสด ทำให้ประชาชนเข้าถึงกิจกรรมได้กว้างขึ้น

ปีที่ ๕ — เริ่มจัดระบบข้อมูลและองค์ความรู้

รวบรวมข้อมูล ผลการประเมิน ภาพ และข้อเสนอแนะจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาใช้วางแผนและพัฒนากิจกรรม

ปีที่ ๖ — สังเคราะห์เป็น “เทศน์มหาชาติแบบมีชีวิต”

พัฒนากิจกรรมให้เป็นกระบวนการเรียนรู้ ๔ ขั้นตอน พร้อมกำหนดแนวปฏิบัติที่ดีและทิศทางยกระดับสู่กิจกรรมระดับจังหวัด

ส่วนที่ ๓

กระบวนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ

วิทยาลัยใช้วงจรคุณภาพ PDCA ควบคู่กับกระบวนการสร้างองค์ความรู้อย่างมีส่วนร่วม โดยสรุปเป็น ๔ ขั้นตอนที่ประชาชนและภาคีเข้าใจและนำไปใช้ได้ง่าย

เรียนรู้

ศึกษาความเป็นมา หลักธรรม เวสสันดรชาดก พิธีกรรม และบริบทของชุมชน

ลงมือปฏิบัติ

วัด ชุมชน โรงเรียน นิสิต และภาคีร่วมเตรียมงานและดำเนินกิจกรรมตามบทบาท

ถอดบทเรียน

รวบรวมผลประเมิน ข้อคิดเห็น ปัญหา ความสำเร็จ และข้อเสนอแนะจากผู้เกี่ยวข้อง

ต่อยอด

พัฒนาองค์ความรู้ สื่อการเรียนรู้ แนวทางปรับปรุง และแผนยกระดับกิจกรรม

กลไกกำกับติดตาม ๓ ระยะ

ระยะการกำกับติดตามข้อมูลที่ใช้
ก่อนดำเนินงานตรวจสอบแผน พื้นที่เป้าหมาย บทบาทภาคี และผลลัพธ์ที่คาดหวังแผน โครงการ กำหนดการ และการประชุมเตรียมงาน
ระหว่างดำเนินงานติดตามการมีส่วนร่วม กระบวนการเรียนรู้ และปัญหาที่เกิดขึ้นการสังเกต ภาพกิจกรรม บันทึกการดำเนินงาน
หลังดำเนินงานประเมินผลลัพธ์ ถอดบทเรียน และกำหนดแนวทางพัฒนาแบบประเมิน ข้อเสนอแนะ การสนทนา และรายงานผล
ส่วนที่ ๔

ชุมชนเป้าหมายและภาคีเครือข่าย

ชุมชนบ้านโนนเหลี่ยม

ร่วมวางแผน เตรียมงาน สนับสนุนทรัพยากร ประสานผู้เข้าร่วม และถ่ายทอดประสบการณ์ของชุมชน

ชุมชนบ้านห้วยต้อน

ร่วมดำเนินกิจกรรม ถ่ายทอดความรู้และภูมิปัญญา ตลอดจนเชื่อมโยงการเรียนรู้กับเด็กและเยาวชน

ภาคีบทบาทสำคัญ
วัดพระยาแลศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา กำกับความถูกต้องของหลักธรรมและพิธีกรรม
โรงเรียนห้วยต้อนวิทยาคมเชื่อมโยงการเรียนรู้และการถ่ายทอดสู่เด็กและเยาวชน
องค์การบริหารส่วนตำบลนาฝายสนับสนุนการประสานงาน พื้นที่ และทรัพยากรตามความเหมาะสม
วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิสนับสนุนด้านวิชาการ ประเมินผล จัดการองค์ความรู้ และเผยแพร่ผลการดำเนินงาน
ส่วนที่ ๕

ผลลัพธ์เชิงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับชุมชน

มิติที่ ๑ การเรียนรู้

ผู้เข้าร่วมเข้าใจหลักธรรม เวสสันดรชาดก พิธีกรรม และความหมายของประเพณีมากขึ้นจากการเรียนรู้ในสถานการณ์จริง

มิติที่ ๒ คุณค่าทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม

ชุมชนตระหนักถึงคุณค่าของการให้ ความเสียสละ ความอดทน และการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม

มิติที่ ๓ การมีส่วนร่วมและความเข้มแข็ง

ชุมชนมีบทบาทตั้งแต่การวางแผน ดำเนินงาน ประเมินผล และกำหนดแนวทางพัฒนาร่วมกับภาคี

มิติที่ ๔ การถ่ายทอดระหว่างวัย

พระสงฆ์ ผู้สูงอายุ และผู้รู้ได้ถ่ายทอดความรู้แก่เด็ก เยาวชน นิสิต และประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

มิติที่ ๕ องค์ความรู้และการใช้ประโยชน์

ข้อมูลที่กระจายอยู่ได้รับการรวบรวมเป็นชุดองค์ความรู้และนำไปใช้ในการเรียนการสอน การเผยแพร่ และการวางแผน

มิติที่ ๖ ความต่อเนื่องและการขยายผล

เกิดแนวทางยกระดับกิจกรรมจากระดับพื้นที่บริการสู่กิจกรรมเทศน์มหาชาติระดับจังหวัดชัยภูมิ

ส่วนที่ ๖

การถอดบทเรียน

สิ่งที่ดำเนินการได้ดี

  • กิจกรรมมีความต่อเนื่อง ๖ ปี
  • วัดและชุมชนให้ความร่วมมือ
  • เชื่อมโยงคนหลายช่วงวัย
  • มีสื่อและวิดีโอเผยแพร่

ปัจจัยความสำเร็จ

  • วัดเป็นศูนย์กลางทางจิตใจ
  • ชุมชนมีความเป็นเจ้าของ
  • โรงเรียนเชื่อมโยงเยาวชน
  • วิทยาลัยสนับสนุนทางวิชาการ

ปัญหาและข้อจำกัด

  • ข้อมูลในบางปียังกระจายหลายแหล่ง
  • การติดตามผลระยะยาวยังไม่สม่ำเสมอ
  • บทบาทเยาวชนบางปีไม่ต่อเนื่อง
  • การเผยแพร่เดิมเน้นข่าวมากกว่าองค์ความรู้

การปรับปรุงที่นำไปใช้

  • จัดคลังหลักฐานดิจิทัล
  • กำหนดการติดตามก่อน–ระหว่าง–หลัง
  • เพิ่มบทบาทนักเรียนและนิสิต
  • พัฒนาชุดองค์ความรู้และหน้าเว็บไซต์
ส่วนที่ ๗

แนวปฏิบัติที่ดีและความยั่งยืน

“วัดเป็นฐาน ชุมชนร่วมคิด โรงเรียนร่วมถ่ายทอด วิทยาลัยร่วมพัฒนา”

หลักปฏิบัติ ๕ ประการ

  1. ใช้วัดเป็นศูนย์กลางด้านหลักธรรม พิธีกรรม และความถูกต้องทางพระพุทธศาสนา
  2. ให้ชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผนจนถึงการประเมินผล
  3. เชื่อมโยงโรงเรียนเพื่อถ่ายทอดความรู้สู่เด็กและเยาวชน
  4. ให้วิทยาลัยสนับสนุนด้านวิชาการ การประเมิน และการจัดการองค์ความรู้
  5. นำผลประเมินและการถอดบทเรียนไปปรับปรุงกิจกรรมทุกปี

แนวทางขยายผล

วิทยาลัยกำหนดแนวทางพัฒนากิจกรรมในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐ โดยขยายเครือข่ายวัด ชุมชน และสถานศึกษา พัฒนาสื่อองค์ความรู้ และยกระดับกิจกรรมงานเทศน์มหาชาติสู่กิจกรรมระดับจังหวัดชัยภูมิ