ผลลัพธ์สำคัญของการดำเนินงาน
วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิได้ดำเนินกิจกรรมงานเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดกร่วมกับวัด ชุมชน สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ๖ ปี และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ได้กำหนดชุมชนบ้านโนนเหลี่ยมและชุมชนบ้านห้วยต้อนเป็นชุมชนเป้าหมายในแผนทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมอย่างชัดเจน
การดำเนินงานมิได้มุ่งเพียงให้กิจกรรมสำเร็จตามกำหนด แต่พัฒนาเป็นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ตั้งแต่การศึกษาบริบท การวางแผน การลงมือปฏิบัติ การติดตามผล การถอดบทเรียน และการนำผลไปพัฒนากิจกรรมในปีถัดไป จนสามารถสังเคราะห์เป็นรูปแบบ “เทศน์มหาชาติแบบมีชีวิต”
ผลต่อการเรียนรู้
เด็ก เยาวชน นิสิต และประชาชนได้เรียนรู้หลักธรรม เวสสันดรชาดก พิธีกรรม และคุณค่าของประเพณีจากแหล่งเรียนรู้จริง
ผลต่อชุมชน
วัด ชุมชน โรงเรียน และท้องถิ่นมีบทบาทร่วมกันชัดเจนขึ้น ตั้งแต่การวางแผนจนถึงการประเมินและพัฒนา
ผลต่อการต่อยอด
เกิดชุดองค์ความรู้ แนวปฏิบัติที่ดี และแนวทางยกระดับกิจกรรมเทศน์มหาชาติสู่กิจกรรมระดับจังหวัดชัยภูมิ
ความเป็นมาและวัตถุประสงค์
กิจกรรมงานเทศน์มหาชาติเป็นกิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของวิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ มีเป้าหมายเพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดศิลปวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยเชื่อมโยงการทำงานของวัด ชุมชน สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณาจารย์ บุคลากร และนิสิต
วัตถุประสงค์ของรายงาน
- สรุปพัฒนาการของกิจกรรมงานเทศน์มหาชาติตลอดระยะเวลา ๖ ปี
- วิเคราะห์ผลลัพธ์เชิงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชุมชนเป้าหมาย
- ถอดบทเรียน ปัจจัยความสำเร็จ ปัญหา และแนวทางปรับปรุง
- สังเคราะห์เป็นรูปแบบ “เทศน์มหาชาติแบบมีชีวิต” และแนวปฏิบัติที่ดี
- ใช้เป็นหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ประกอบตัวบ่งชี้ที่ ๔.๒
พัฒนาการของกิจกรรมตลอด ๖ ปี
ปีที่ ๑ — วางฐานความร่วมมือ
เริ่มประสานวัด ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้กิจกรรมเทศน์มหาชาติเป็นพื้นที่ร่วมอนุรักษ์ประเพณีทางพระพุทธศาสนา
ปีที่ ๒ — เพิ่มบทบาทคณาจารย์ บุคลากร และนิสิต
ขยายการมีส่วนร่วมจากการเข้าร่วมกิจกรรมไปสู่การช่วยวางแผน สนับสนุน และเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
ปีที่ ๓ — เชื่อมโยงสถานศึกษาและเยาวชน
โรงเรียนและเยาวชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เกิดการเรียนรู้ระหว่างวัยจากพระสงฆ์ ผู้สูงอายุ และผู้รู้ในชุมชน
ปีที่ ๔ — พัฒนาการสื่อสารและการเผยแพร่
เพิ่มการประชาสัมพันธ์ ภาพกิจกรรม และการถ่ายทอดสด ทำให้ประชาชนเข้าถึงกิจกรรมได้กว้างขึ้น
ปีที่ ๕ — เริ่มจัดระบบข้อมูลและองค์ความรู้
รวบรวมข้อมูล ผลการประเมิน ภาพ และข้อเสนอแนะจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาใช้วางแผนและพัฒนากิจกรรม
ปีที่ ๖ — สังเคราะห์เป็น “เทศน์มหาชาติแบบมีชีวิต”
พัฒนากิจกรรมให้เป็นกระบวนการเรียนรู้ ๔ ขั้นตอน พร้อมกำหนดแนวปฏิบัติที่ดีและทิศทางยกระดับสู่กิจกรรมระดับจังหวัด
กระบวนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ
วิทยาลัยใช้วงจรคุณภาพ PDCA ควบคู่กับกระบวนการสร้างองค์ความรู้อย่างมีส่วนร่วม โดยสรุปเป็น ๔ ขั้นตอนที่ประชาชนและภาคีเข้าใจและนำไปใช้ได้ง่าย
เรียนรู้
ศึกษาความเป็นมา หลักธรรม เวสสันดรชาดก พิธีกรรม และบริบทของชุมชน
ลงมือปฏิบัติ
วัด ชุมชน โรงเรียน นิสิต และภาคีร่วมเตรียมงานและดำเนินกิจกรรมตามบทบาท
ถอดบทเรียน
รวบรวมผลประเมิน ข้อคิดเห็น ปัญหา ความสำเร็จ และข้อเสนอแนะจากผู้เกี่ยวข้อง
ต่อยอด
พัฒนาองค์ความรู้ สื่อการเรียนรู้ แนวทางปรับปรุง และแผนยกระดับกิจกรรม
กลไกกำกับติดตาม ๓ ระยะ
| ระยะ | การกำกับติดตาม | ข้อมูลที่ใช้ |
|---|---|---|
| ก่อนดำเนินงาน | ตรวจสอบแผน พื้นที่เป้าหมาย บทบาทภาคี และผลลัพธ์ที่คาดหวัง | แผน โครงการ กำหนดการ และการประชุมเตรียมงาน |
| ระหว่างดำเนินงาน | ติดตามการมีส่วนร่วม กระบวนการเรียนรู้ และปัญหาที่เกิดขึ้น | การสังเกต ภาพกิจกรรม บันทึกการดำเนินงาน |
| หลังดำเนินงาน | ประเมินผลลัพธ์ ถอดบทเรียน และกำหนดแนวทางพัฒนา | แบบประเมิน ข้อเสนอแนะ การสนทนา และรายงานผล |
ชุมชนเป้าหมายและภาคีเครือข่าย
ชุมชนบ้านโนนเหลี่ยม
ร่วมวางแผน เตรียมงาน สนับสนุนทรัพยากร ประสานผู้เข้าร่วม และถ่ายทอดประสบการณ์ของชุมชน
ชุมชนบ้านห้วยต้อน
ร่วมดำเนินกิจกรรม ถ่ายทอดความรู้และภูมิปัญญา ตลอดจนเชื่อมโยงการเรียนรู้กับเด็กและเยาวชน
| ภาคี | บทบาทสำคัญ |
|---|---|
| วัดพระยาแล | ศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา กำกับความถูกต้องของหลักธรรมและพิธีกรรม |
| โรงเรียนห้วยต้อนวิทยาคม | เชื่อมโยงการเรียนรู้และการถ่ายทอดสู่เด็กและเยาวชน |
| องค์การบริหารส่วนตำบลนาฝาย | สนับสนุนการประสานงาน พื้นที่ และทรัพยากรตามความเหมาะสม |
| วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ | สนับสนุนด้านวิชาการ ประเมินผล จัดการองค์ความรู้ และเผยแพร่ผลการดำเนินงาน |
ผลลัพธ์เชิงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับชุมชน
มิติที่ ๑ การเรียนรู้
ผู้เข้าร่วมเข้าใจหลักธรรม เวสสันดรชาดก พิธีกรรม และความหมายของประเพณีมากขึ้นจากการเรียนรู้ในสถานการณ์จริง
มิติที่ ๒ คุณค่าทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม
ชุมชนตระหนักถึงคุณค่าของการให้ ความเสียสละ ความอดทน และการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม
มิติที่ ๓ การมีส่วนร่วมและความเข้มแข็ง
ชุมชนมีบทบาทตั้งแต่การวางแผน ดำเนินงาน ประเมินผล และกำหนดแนวทางพัฒนาร่วมกับภาคี
มิติที่ ๔ การถ่ายทอดระหว่างวัย
พระสงฆ์ ผู้สูงอายุ และผู้รู้ได้ถ่ายทอดความรู้แก่เด็ก เยาวชน นิสิต และประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
มิติที่ ๕ องค์ความรู้และการใช้ประโยชน์
ข้อมูลที่กระจายอยู่ได้รับการรวบรวมเป็นชุดองค์ความรู้และนำไปใช้ในการเรียนการสอน การเผยแพร่ และการวางแผน
มิติที่ ๖ ความต่อเนื่องและการขยายผล
เกิดแนวทางยกระดับกิจกรรมจากระดับพื้นที่บริการสู่กิจกรรมเทศน์มหาชาติระดับจังหวัดชัยภูมิ
การถอดบทเรียน
สิ่งที่ดำเนินการได้ดี
- กิจกรรมมีความต่อเนื่อง ๖ ปี
- วัดและชุมชนให้ความร่วมมือ
- เชื่อมโยงคนหลายช่วงวัย
- มีสื่อและวิดีโอเผยแพร่
ปัจจัยความสำเร็จ
- วัดเป็นศูนย์กลางทางจิตใจ
- ชุมชนมีความเป็นเจ้าของ
- โรงเรียนเชื่อมโยงเยาวชน
- วิทยาลัยสนับสนุนทางวิชาการ
ปัญหาและข้อจำกัด
- ข้อมูลในบางปียังกระจายหลายแหล่ง
- การติดตามผลระยะยาวยังไม่สม่ำเสมอ
- บทบาทเยาวชนบางปีไม่ต่อเนื่อง
- การเผยแพร่เดิมเน้นข่าวมากกว่าองค์ความรู้
การปรับปรุงที่นำไปใช้
- จัดคลังหลักฐานดิจิทัล
- กำหนดการติดตามก่อน–ระหว่าง–หลัง
- เพิ่มบทบาทนักเรียนและนิสิต
- พัฒนาชุดองค์ความรู้และหน้าเว็บไซต์
แนวปฏิบัติที่ดีและความยั่งยืน
หลักปฏิบัติ ๕ ประการ
- ใช้วัดเป็นศูนย์กลางด้านหลักธรรม พิธีกรรม และความถูกต้องทางพระพุทธศาสนา
- ให้ชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผนจนถึงการประเมินผล
- เชื่อมโยงโรงเรียนเพื่อถ่ายทอดความรู้สู่เด็กและเยาวชน
- ให้วิทยาลัยสนับสนุนด้านวิชาการ การประเมิน และการจัดการองค์ความรู้
- นำผลประเมินและการถอดบทเรียนไปปรับปรุงกิจกรรมทุกปี
แนวทางขยายผล
วิทยาลัยกำหนดแนวทางพัฒนากิจกรรมในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐ โดยขยายเครือข่ายวัด ชุมชน และสถานศึกษา พัฒนาสื่อองค์ความรู้ และยกระดับกิจกรรมงานเทศน์มหาชาติสู่กิจกรรมระดับจังหวัดชัยภูมิ