มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย · วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิติดต่อสำนักงานวิชาการ
ผลของการสืบสาน รักษา และต่อยอดศิลปวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาแบบสร้างสรรค์

เทศน์มหาชาติ
แบบมีชีวิต

จากกิจกรรมประจำปีที่ดำเนินต่อเนื่อง สู่ระบบเรียนรู้ของวัด วิทยาลัย และชุมชน ที่รักษาความถูกต้องของพุทธธรรม ถ่ายทอดภูมิปัญญาพิธีกรรม สร้างผู้สืบทอดรุ่นใหม่ และนำองค์ความรู้ไปใช้ได้ตลอดทั้งปี

ศรัทธาและพุทธธรรมผู้รู้และภูมิปัญญาชุมชนการเรียนรู้ร่วมกันการสืบทอดอย่างยั่งยืน
โมเดลสืบสานเทศน์มหาชาติแบบมีชีวิต

องค์ความรู้หมุนเวียนจากพิธีกรรม สู่คนรุ่นใหม่ และกลับคืนสู่ชุมชน

โมเดลนี้ใช้ “พลัง ๕ ด้าน” เชื่อมกันเป็นระบบเดียว แต่ละด้านมีหน้าที่ชัดเจนและต้องเกิดขึ้นร่วมกัน จึงจะทำให้เทศน์มหาชาติไม่หยุดอยู่ที่วันจัดงาน แต่กลายเป็นฐานเรียนรู้ที่ชุมชนใช้ต่อได้จริง

เทศน์มหาชาติ
แบบมีชีวิต
ศรัทธา · ความรู้ · การมีส่วนร่วม
การเรียนรู้ · การสืบทอด

พลังศรัทธา

รักษาแก่นเวสสันดรชาดก ทานบารมี และความหมายของพิธีกรรม

พลังผู้รู้

รวบรวมพระนักเทศน์ ผู้รู้พิธี ทำนองเทศน์ เครื่องกัณฑ์ และเรื่องเล่า

พลังการมีส่วนร่วม

ให้วัด วิทยาลัย ชุมชน เยาวชน และภาคีร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมใช้ผลลัพธ์

พลังการเรียนรู้

เปลี่ยนพื้นที่พิธีกรรมเป็นฐานเรียนรู้ ใบความรู้ และกิจกรรมสะท้อนธรรม

พลังการสืบทอด

สร้างทีมผู้สืบทอด คู่มือ คลังดิจิทัล และระบบทบทวนประจำปี

รักษา “แก่น” ก่อนพัฒนา “รูปแบบ”

หลักปฏิบัติ: ตรวจสอบเนื้อหา ลำดับพิธี เครื่องกัณฑ์ และคำอธิบายกับพระสงฆ์และผู้รู้ก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง

ให้ชุมชนเป็นเจ้าของ ไม่ใช่เพียงผู้เข้าร่วม

หลักปฏิบัติ: เปิดพื้นที่ให้ชุมชนร่วมกำหนดบทบาท ตัดสินใจ ตรวจสอบข้อมูล และเลือกแนวทางใช้ประโยชน์หลังงาน

ทุกกิจกรรมต้องทิ้ง “เครื่องมือการเรียนรู้” ไว้

หลักปฏิบัติ: หลังงานต้องมีสื่อหรือเครื่องมือที่นำไปใช้ต่อได้ เช่น ใบความรู้ บทถอดเสียง คลิปสั้น คู่มือ หรือฐานข้อมูลผู้รู้

การสืบทอดต้องมีคนรุ่นใหม่รับช่วงจริง

หลักปฏิบัติ: มอบบทบาทให้เยาวชนและบุคลากรรุ่นใหม่เป็นผู้ช่วยพิธี ผู้บันทึกข้อมูล ผู้ผลิตสื่อ และผู้สรุปบทเรียน

ความหมายของชื่อพุทธนวัตกรรม

ทำไมต้อง “เทศน์มหาชาติแบบมีชีวิต”

เพราะเทศน์มหาชาติไม่ควรเป็นเพียงกิจกรรมที่จัดขึ้นแล้วจบลงในแต่ละปี แต่ต้องกลายเป็นระบบเรียนรู้ที่ยังคงถ่ายทอดพระพุทธธรรม ภูมิปัญญาพิธีกรรม และบทบาทของผู้สืบทอดได้อย่างต่อเนื่อง

คำจำกัดความ“เทศน์มหาชาติแบบมีชีวิต” คือ ระบบการสืบสานพระพุทธศาสนาที่เชื่อมพิธีกรรม ผู้รู้ ชุมชน สื่อดิจิทัล และการเรียนรู้เข้าด้วยกัน

องค์ความรู้จึงไม่หยุดอยู่ในวันงาน แต่ถูกจัดเก็บ ตรวจสอบ เผยแพร่ และนำกลับไปใช้ได้ตลอดทั้งปี

เหตุผลที่ใช้ชื่อนี้

คำว่า “มีชีวิต” สะท้อนว่าการเทศน์มหาชาติยังคงดำรงอยู่ในบทบาทของพระนักเทศน์ ผู้จัดงาน เยาวชน ผู้ฟัง และผู้ใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้หลังจบกิจกรรม ไม่ใช่เพียงพิธีกรรมที่บันทึกไว้ในรายงาน

สิ่งที่ทำให้นวัตกรรมนี้มีชีวิต

  • มีคลังคำเทศน์ เรื่องเล่า และภูมิปัญญาพิธีกรรมที่ค้นหาได้
  • มีผู้สืบทอดรุ่นใหม่และบทบาทการเรียนรู้จากพื้นที่จริง
  • มีสื่อและเครื่องมือที่นำไปใช้ในวัด โรงเรียน และรายวิชาได้
วงจรดำเนินงานตลอดปี

เรียนรู้ · ลงมือทำ · ถอดบทเรียน · ต่อยอด

ทุกขั้นตอนของงานเทศน์มหาชาติถูกออกแบบให้เชื่อมกิจกรรมจริงกับการสังเคราะห์องค์ความรู้และการขยายผล จึงเกิดผลผลิต ผลสำเร็จ และผลลัพธ์ที่ชัดเจน

เรียนรู้จากข้อมูลเดิมและผู้รู้ลงมือทำร่วมกับชุมชนถอดบทเรียนจากประสบการณ์จริงต่อยอดเป็นสื่อและระบบสืบทอด

ศรัทธาและพุทธธรรม

รักษาความถูกต้องของสาระธรรมและความหมายของพิธีกรรมให้เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้

ภูมิปัญญาผู้รู้

รวบรวมบทบาทของพระนักเทศน์ ผู้ช่วยพิธี และผู้รู้ท้องถิ่นให้เป็นทุนความรู้ของชุมชน

การเรียนรู้ร่วมกัน

เปลี่ยนผู้เข้าร่วมจากผู้ชมให้เป็นผู้เรียนรู้ ผู้บันทึก และผู้ถ่ายทอดต่อได้จริง

การใช้ประโยชน์ต่อเนื่อง

นำผลผลิตไปใช้ในห้องเรียน กิจกรรมเยาวชน การบริการวิชาการ และแผนงานรอบถัดไป

วงจรดำเนินงานตลอดปี

เรียนรู้ · ลงมือทำ · ถอดบทเรียน · ต่อยอด

วงจรนี้ใช้เป็นแนวปฏิบัติประจำปี เพื่อให้การดำเนินงานต่อเนื่อง มีผู้รับผิดชอบชัดเจน และเกิดผลลัพธ์ที่นำไปใช้ได้จริง

เรียนรู้และเตรียมความพร้อม

ทบทวนข้อมูลเดิม ตรวจสอบกับพระสงฆ์และผู้รู้ กำหนดประเด็นเรียนรู้ และจัดทำแผนบทบาทของทุกฝ่าย

  • ประชุมผู้รู้และภาคี
  • ตรวจสอบเนื้อหาและพิธี
  • เตรียมสื่อก่อนกิจกรรม

ลงมือทำร่วมกัน

ดำเนินพิธีกรรมควบคู่กับฐานเรียนรู้ เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมมีบทบาท และเก็บข้อมูลระหว่างกิจกรรม

  • ผู้ช่วยพิธีและทีมสื่อ
  • ฐานเรียนรู้ในพื้นที่จริง
  • บันทึกภาพ เสียง และเรื่องเล่า

ถอดบทเรียนและตรวจสอบ

สรุปสิ่งที่เกิดขึ้น วิเคราะห์คุณค่า ปัญหา และข้อเสนอ แล้วตรวจสอบข้อมูลกับผู้รู้และชุมชน

  • วงสนทนาหลังงาน
  • บทถอดเสียงและบทสรุป
  • ข้อเสนอปรับปรุงรอบถัดไป

ต่อยอดและขยายผล

พัฒนาองค์ความรู้เป็นสื่อการเรียนรู้ คู่มือ คลังดิจิทัล และกิจกรรมสำหรับวัด โรงเรียน หรือชุมชนอื่น

  • คลังสื่อที่ค้นหาได้
  • ชุดกิจกรรมสำหรับเยาวชน
  • เครือข่ายพื้นที่เรียนรู้ใหม่
พลัง ๕ ด้านในทางปฏิบัติ

แต่ละพลังมีหลักการ กระบวนการ และผลลัพธ์ที่ชัดเจน

ส่วนนี้ใช้เป็นแนวทางดำเนินงานจริง ไม่ใช่เพียงคำอธิบายแนวคิด ผู้รับผิดชอบสามารถนำไปกำหนดกิจกรรม ผู้ร่วมงาน และผลลัพธ์ของแต่ละปีได้ทันที

พิธีกรรมเทศน์มหาชาติ

พลังศรัทธา

หลักการ

รักษาความหมายของเวสสันดรชาดก ทานบารมี และพิธีกรรมให้ถูกต้อง

กระบวนการ

ตรวจสอบเนื้อหา ลำดับพิธี เครื่องกัณฑ์ และคำอธิบายกับพระสงฆ์และผู้รู้

ผลลัพธ์

ผู้เข้าร่วมเข้าใจคุณค่าทางพุทธศาสนาอย่างมีเหตุผล ไม่ยึดเพียงรูปแบบภายนอก

ผู้รู้และผู้ถ่ายทอดเทศน์มหาชาติ

พลังผู้รู้

หลักการ

องค์ความรู้ต้องมาจากผู้รู้จริงและได้รับการตรวจสอบร่วมกัน

กระบวนการ

สัมภาษณ์ บันทึกเรื่องเล่า จัดทำทะเบียนผู้รู้ และเชื่อมโยงผู้รู้กับผู้เรียน

ผลลัพธ์

เกิดฐานข้อมูลผู้รู้ เนื้อหาที่เชื่อถือได้ และเครือข่ายผู้ถ่ายทอดรุ่นต่อไป

การมีส่วนร่วมของชุมชน

พลังการมีส่วนร่วม

หลักการ

ทุกฝ่ายต้องมีบทบาทตั้งแต่การวางแผนจนถึงการใช้ผลลัพธ์

กระบวนการ

กำหนดบทบาทร่วม เปิดพื้นที่อาสา ประชุมสะท้อนผล และร่วมตัดสินใจ

ผลลัพธ์

ชุมชนเกิดความเป็นเจ้าของ เครือข่ายเข้มแข็ง และงานไม่ผูกกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

การเรียนรู้จากกิจกรรม

พลังการเรียนรู้

หลักการ

พิธีกรรมต้องเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจ ลงมือทำ และสะท้อนความหมาย

กระบวนการ

จัดฐานเรียนรู้ ใบความรู้ คำถามชวนคิด QR ความรู้ และกิจกรรมก่อน–ระหว่าง–หลังงาน

ผลลัพธ์

เกิดทักษะการคิด การสื่อสาร และการนำหลักธรรมไปใช้ในชีวิตและการเรียนการสอน

การสืบทอดสู่คนรุ่นใหม่

พลังการสืบทอด

หลักการ

การสืบทอดต้องมีคน เครื่องมือ และระบบที่ทำต่อได้ทุกปี

กระบวนการ

คัดเลือกผู้ช่วยพิธี ทีมสื่อ เยาวชนผู้บันทึกข้อมูล และมอบหมายบทบาทจริง

ผลลัพธ์

เกิดผู้สืบทอดรุ่นใหม่ คู่มือ คลังดิจิทัล และแนวทางดำเนินงานต่อเนื่อง

การเปลี่ยนประสบการณ์เป็นองค์ความรู้

จากวันงาน สู่ฐานเรียนรู้ที่ใช้ได้ตลอดปี

หลังจบกิจกรรม ข้อมูลจะไม่ถูกเก็บไว้เป็นเพียงภาพถ่าย แต่ถูกจัดระบบให้ค้นหา เข้าใจ และนำไปใช้ต่อได้

คลังบุคคลและผู้รู้ทะเบียนพระนักเทศน์ ผู้รู้พิธี ผู้จัดเครื่องกัณฑ์ ผู้ช่วยพิธี และผู้ถ่ายทอดเรื่องเล่า
คลังพิธีกรรมและภูมิปัญญาลำดับพิธี คำอธิบาย เครื่องกัณฑ์ ทำนองเทศน์ สัญลักษณ์ และข้อควรระวัง
คลังสื่อและเรื่องเล่าภาพถ่าย วีดิทัศน์ บทถอดเสียง คลิปสั้น และเรื่องเล่าจากชุมชน
ชุดการเรียนรู้ใบความรู้ คำถามสะท้อนธรรม กิจกรรมสำหรับนิสิต เยาวชน โรงเรียน และชุมชน
การเรียนรู้ร่วมกันในกิจกรรมเทศน์มหาชาติ
มรดกดิจิทัลจากวีดิทัศน์ต้นฉบับ

หนึ่งวีดิทัศน์ ต่อยอดเป็นคลังเรียนรู้ที่ใช้ได้ตลอดปี

ปรับจากการฝังตัวเล่นซึ่งอาจแสดงข้อผิดพลาดในบางอุปกรณ์ มาเป็นหน้าปกที่เปิดรับชมบน YouTube โดยตรง พร้อมเครื่องมือจัดการความรู้ที่นำไปดำเนินงานได้จริง

กิจกรรมเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ
วีดิทัศน์ต้นฉบับ

เทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก

รับชมการถ่ายทอดฉบับเต็ม แล้วใช้สารบัญเวลา บทถอดเสียง คลิปความรู้ และคลังมรดกเสียงเพื่อการเรียนรู้และสืบทอด

รับชมวิดีโอฉบับเต็มบน YouTube
สารบัญเวลา

แบ่งวีดิทัศน์ออกเป็นช่วงที่ค้นหาได้รวดเร็ว โดยระบุชื่อช่วง เนื้อหาสำคัญ และเวลาที่เริ่มต้น

  • ช่วงเปิดงานและอาราธนาธรรม
  • ช่วงเทศน์แต่ละกัณฑ์หรือช่วงธรรมสำคัญ
  • ช่วงพิธีกรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชน
  • ช่วงสรุปธรรมและปิดกิจกรรม
บทถอดเสียงที่ตรวจสอบแล้ว

ถอดคำเทศน์และคำอธิบายจากวีดิทัศน์ แล้วให้พระสงฆ์หรือผู้รู้ตรวจสอบความถูกต้องก่อนเผยแพร่

  • แยกผู้พูดและช่วงเวลาอย่างชัดเจน
  • รักษาคำบาลีและศัพท์พิธีกรรมให้ถูกต้อง
  • ทำคำอธิบายสำหรับนิสิต เยาวชน และประชาชน
คลิปความรู้สั้น

คัดช่วงเด่นจากวีดิทัศน์มาพัฒนาเป็นคลิปสั้นที่สื่อสารสาระเดียว เข้าใจง่าย และนำไปใช้ในห้องเรียนหรือสื่อสังคมได้

  • ทานบารมีและคุณค่าของเวสสันดรชาดก
  • ความหมายของเครื่องกัณฑ์และลำดับพิธี
  • บทบาทของวัด วิทยาลัย ชุมชน และเยาวชน
คลังมรดกเสียง

จัดเก็บเสียงเทศน์ ทำนองเทศน์ คำบอกเล่า และคำอธิบายพิธีกรรมเป็นหมวดหมู่ เพื่อใช้ศึกษา เปรียบเทียบ และสืบทอดในอนาคต

  • ระบุผู้เทศน์ ผู้บันทึก สถานที่ และปีที่จัด
  • จัดหมวดตามกัณฑ์ ทำนอง และหัวข้อธรรม
  • สำรองไฟล์ต้นฉบับและไฟล์สำหรับเผยแพร่
เปิดวีดิทัศน์ฉบับเต็ม

ลิงก์นี้เปิดในแท็บใหม่ จึงใช้งานได้ทั้งจากไฟล์ในเครื่องและเมื่อเผยแพร่บนเว็บไซต์จริง

การสื่อสารและจัดการความรู้ตลอดกิจกรรม

ก่อนกิจกรรม · ระหว่างกิจกรรม · หลังกิจกรรม

กดเลือกเพื่อดูหน้าที่ของการสื่อสาร การบันทึก และการต่อยอดในแต่ละช่วง

สร้างความเข้าใจและเตรียมบทบาท

เผยแพร่ความเป็นมา คุณค่าพุทธธรรม และบทบาทของผู้เข้าร่วม พร้อมเตรียมทีมผู้ช่วยพิธี ทีมสื่อ และเยาวชนผู้เรียนรู้

  • สื่อชวนเรียนรู้และกำหนดการ
  • ประชุมผู้รู้และภาคีเครือข่าย
  • ห้องเรียนเตรียมความพร้อมก่อนวันงาน
  • แผนเก็บข้อมูล ภาพ เสียง และเรื่องเล่า
การเตรียมกิจกรรมเทศน์มหาชาติ

เรียนรู้จากพื้นที่จริงและมีบทบาทร่วม

ดำเนินพิธีกรรมควบคู่กับการอธิบายความหมาย จัดจุดเรียนรู้ และเปิดบทบาทให้ผู้เข้าร่วมช่วยสื่อสารและบันทึกองค์ความรู้

  • บันทึกพระธรรมเทศนาและพิธีกรรม
  • เก็บข้อมูลผู้รู้ เครื่องกัณฑ์ และสัญลักษณ์
  • จุดเรียนรู้และคำถามสะท้อนธรรม
  • ถ่ายทอดสดและสื่อสารต่อสาธารณะ
การดำเนินกิจกรรมเทศน์มหาชาติ

ถอดบทเรียนและสร้างสื่อใช้ต่อ

ตรวจสอบข้อมูลกับพระสงฆ์และชุมชน แล้วพัฒนาเป็นคลังสื่อ ชุดเรียนรู้ คู่มือ และแผนปรับปรุงสำหรับปีถัดไป

  • วงสะท้อนผลของผู้จัดและชุมชน
  • บทถอดเสียงและสารบัญเวลา
  • คลังภาพ เสียง วีดิทัศน์ และเรื่องเล่า
  • คู่มือและชุดกิจกรรมสำหรับวัดหรือโรงเรียน
การต่อยอดองค์ความรู้หลังเทศน์มหาชาติ
ผลที่เกิดจากการสืบสาน รักษา และต่อยอด

ผลลัพธ์ปรากฏทั้งต่อคน ชุมชน และระบบความรู้

ผลลัพธ์ของกิจกรรมสะท้อนผ่านการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับผู้เรียนรู้ ชุมชน และระบบการสืบทอดองค์ความรู้ ซึ่งสามารถนำไปใช้ต่อในวัด โรงเรียน รายวิชา และการดำเนินงานของชุมชนได้จริง

คนเรียนรู้และมีผู้สืบทอด

สิ่งที่เกิดขึ้น: ผู้เข้าร่วมเข้าใจหลักธรรมและความหมายของพิธีกรรมมากขึ้น มีเยาวชน บุคลากร และผู้ช่วยพิธีรุ่นใหม่รับบทบาทจริง

  • เกิดทักษะการสื่อสารวัฒนธรรม
  • มีผู้บันทึกข้อมูลและผลิตสื่อรุ่นใหม่
  • เกิดความภาคภูมิใจและความรับผิดชอบร่วม

ชุมชนเป็นเจ้าขององค์ความรู้

สิ่งที่เกิดขึ้น: วัด วิทยาลัย และชุมชนร่วมกำหนดบทบาท ตรวจสอบข้อมูล และใช้ผลลัพธ์ร่วมกัน

  • เครือข่ายทำงานต่อเนื่อง
  • บทบาทไม่ผูกกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
  • ชุมชนมีเครื่องมือจัดกิจกรรมต่อได้

องค์ความรู้ถูกนำไปใช้ต่อ

สิ่งที่เกิดขึ้น: ข้อมูลจากกิจกรรมถูกพัฒนาเป็นสื่อการเรียนรู้ คลังดิจิทัล และแนวทางขยายผล

  • ใช้ในรายวิชาและกิจกรรมเยาวชน
  • ใช้เตรียมงานและทบทวนพิธีในปีถัดไป
  • เป็นต้นแบบให้วัดหรือชุมชนอื่นประยุกต์ใช้
ผลจากการผลิตและนำพุทธนวัตกรรมไปใช้

จากเทศน์มหาชาติ สู่ระบบสืบทอดพุทธธรรมและภูมิปัญญาที่ใช้ได้ตลอดปี

องค์ความรู้จากพระธรรมเทศนา พิธีกรรม ผู้รู้ และการมีส่วนร่วมของชุมชน ได้รับการสังเคราะห์เป็นคลังเรียนรู้ เครื่องมือถอดบทเรียน และแนวทางสืบทอดที่สามารถนำไปใช้จริงในวัด โรงเรียน วิทยาลัย และกิจกรรมเยาวชน

พุทธนวัตกรรม “เทศน์มหาชาติแบบมีชีวิต”จุดสิ้นสุดของกระบวนการคือ “ผลที่เกิดขึ้นจริงและการใช้ประโยชน์”

จึงนำเสนอเฉพาะบทเรียนที่สังเคราะห์แล้ว ผลงานที่จัดทำแล้ว ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น และการเผยแพร่เพื่อใช้ต่ออย่างเป็นรูปธรรม

01

บทเรียนที่สังเคราะห์ได้

การสืบสานเทศน์มหาชาติจะยั่งยืนเมื่อรักษาความถูกต้องทางพุทธธรรม ควบคู่กับการเปิดบทบาทให้ผู้รู้ เยาวชน และชุมชนร่วมเรียนรู้และร่วมถ่ายทอด

  • พิธีกรรมต้องอธิบายความหมายควบคู่การปฏิบัติ
  • ผู้รู้ต้องมีบทบาททั้งถ่ายทอดและตรวจสอบข้อมูล
  • เยาวชนต้องมีพื้นที่เป็นผู้สืบทอดจริง
02

ผลงานที่จัดทำแล้ว

เกิดคลังคำเทศน์และภูมิปัญญาพิธีกรรม ชุดกิจกรรมเรียนรู้ สารบัญเวลาแนวคิด บทถอดเสียงเชิงสรุป และฐานข้อมูลผู้รู้สำหรับการใช้ต่อ

  • มีสื่อและเนื้อหาพร้อมใช้ในหลายรูปแบบ
  • มีเครื่องมือจัดเก็บข้อมูลและทบทวนงาน
  • มีต้นแบบการถ่ายทอดแบบมีส่วนร่วม
03

ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น

ผู้เข้าร่วมเข้าใจสาระธรรมและพิธีกรรมมากขึ้น ชุมชนมีผู้ช่วยสืบทอดรุ่นใหม่ และวิทยาลัยมีพุทธนวัตกรรมที่เชื่อมศาสนา วัฒนธรรม และการเรียนรู้ได้อย่างชัดเจน

  • เกิดผู้เรียนรู้และผู้ถ่ายทอดรุ่นใหม่
  • เกิดระบบสื่อสารองค์ความรู้ที่ต่อเนื่อง
  • เกิดความร่วมมือระหว่างวัด วิทยาลัย และชุมชน
04

การเผยแพร่และใช้ประโยชน์

เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ วีดิทัศน์ต้นฉบับ ชุดเรียนรู้ และคลังข้อมูล ใช้ในรายวิชา กิจกรรมเยาวชน การบริการวิชาการ และการเตรียมงานในรอบถัดไป

  • ใช้สอนและจัดกิจกรรมได้ทันที
  • ใช้เป็นฐานวางแผนการสืบทอดประจำปี
  • ใช้เป็นหลักฐานผลของการสืบสาน รักษา และต่อยอด
กิจกรรมจริงถอดบทเรียนผลิตองค์ความรู้และเครื่องมือนำไปใช้เกิดผลลัพธ์และเผยแพร่
ภาพจากพื้นที่เรียนรู้

ศรัทธา พิธีกรรม การมีส่วนร่วม และการเรียนรู้ร่วมกัน

เป้าหมายต่อไป: คลังมหาชาติที่ค้นหา เรียนรู้ และนำไปใช้ได้

พัฒนาสารบัญเวลาจากวีดิทัศน์ บทถอดเสียงที่ตรวจสอบแล้ว คลังมรดกเสียง คู่มือเทศน์มหาชาติแบบมีส่วนร่วม และชุดการเรียนรู้สำหรับเยาวชน เพื่อให้ผลของกิจกรรมดำรงอยู่ตลอดปี

เข้าสู่คลังองค์ความรู้